คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

การวิเคราะห์และคำอธิบายฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ 

ภาพรวมธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย

      จากสถานการณ์ของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ในปี 2560 ยังคงมีการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจากปี 2559 ดังจะเห็นได้จากพื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างรวมทั้งประเทศซึ่งประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ อุตสาหกรรมและอื่นๆ ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2559 สอดคล้องกับการลดลงของปริมาณการใช้วัสดุหลักในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้แก่ ปูนซีเมนต์ คอนกรีต และเหล็กเส้น ทำให้เกิดภาวะการแข่งขันด้านราคาตลอดทั้งปีเพื่อรักษายอดขายและส่วนแบ่งการตลาดของแต่ละบริษัทไว้ จึงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทในปี 2560
            ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ของบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 118.40 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 60.86 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 33.95 ผลการดำเนินงานของบริษัทก่อนรายได้จากเงินปันผล มีกำไร 38.11 ล้านบาท ลดลง 28.05 ล้านบาทและผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยมีกำไร 80.29 ล้านบาท ลดลง 32.81 ล้านบาท โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญดังนี้            

            1. รายได้จากการขายและบริการของบริษัทมีจำนวน 1,118.54 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 159.43 ล้านบาท จากผลิตภัณฑ์สิ่งแวดล้อมที่มียอดขายลดลง 132.37 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงานที่มียอดขายลดลง 50.84 ล้านบาท จากการยุติการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงานในปี 2559 อย่างไรก็ตามยอดขายจากผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรมในปีนี้เพิ่มขึ้น 23.78 ล้านบาท
            2. กำไรขั้นต้นของบริษัทมีจำนวน 337.30 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 70.93 ล้านบาทโดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 30.16 ต่ำกว่าปีก่อนซึ่งอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 31.94
            3. ค่าใช้จ่ายในการขายของบริษัทมีจำนวน 168.22 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 26.50 ล้านบาท โดยในปี 2560 ค่าใช้จ่ายในการขายคิดเป็นอัตราร้อยละ 15.04 ต่อยอดขาย ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนที่คิดเป็นอัตราร้อยละ 15.24 ต่อยอดขาย
            4. ค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทมีจำนวน 131.13 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 5.00 ล้านบาท จากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 2.49 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลดลง 1.59 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลดลงจำนวน 0.92 ล้านบาท
            5. ค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทมีจำนวน 7.15 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 0.83 ล้านบาท
            6. ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของบริษัทจำนวน 7.01 ล้านบาท ประกอบด้วยภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 9.62 ล้านบาท และภาษีเงินได้รอตัดบัญชีโอนกลับรายการจำนวน 2.61 ล้านบาท
            7. ผลการดำเนินงานของบริษัท อินฟินิท กรีน จำกัด สำหรับปีมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้ารวม 246.34 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 17.29 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 62.19 มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินเท่ากับ 109.46 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 82.02 ล้านบาท
            8. สำหรับบริษัท พีพี กรีน เอ็นเนอร์จี จำกัด ยังไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการ มีผลขาดทุนสุทธิ 0.05 ล้านบาท
            9.ในปี 2559 บริษัท พรีเมียร์ โฮม แอพพลายแอนซ์ จำกัด มีกำไรสุทธิเท่ากับ 12.76 ล้านบาท ส่วนในปีปัจจุบันบริษัทได้ยุติการดำเนินกิจการและเสร็จสิ้นการชำระบัญชีแล้ว

ฐานะทางการเงิน

     งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม

                                                                                                                                                                                   หน่วย: ล้านบาท

 

2560

2558

เพิ่ม(ลด)

       สินทรัพย์

2,008.89

2,145.65

(136.76)

      หนี้สิน

832.79

968.76

(135.96)

      ส่วนของผู้ถือหุ้น

1,176.10

1,176.89

(0.79)

 

คำอธิบายรายการในงบแสดงฐานะการเงินที่สำคัญ    

             1. เงินลงทุนชั่วคราว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 23.98 ล้านบาท ลดลง 23.05 ล้านบาท จากการลงทุนในทรัพย์สิน จ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผลในระหว่างปี
             2. ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 263.37 ล้านบาท ลดลง 38.01 ล้านบาท โดยลดลงจากลูกหนี้การค้า 36.47 ล้านบาทตามยอดขายที่ลดลง และลูกหนี้อื่นลดลง 1.54 ล้านบาท
             3. สินค้าคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 161.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.55 ล้านบาท จากส่วนของบริษัทที่เพิ่มขึ้น โดยเกิดจากงานระหว่างติดตั้งเพิ่มขึ้น 25.14 ล้านบาท วัตถุดิบเพิ่มขึ้น 3.24 ล้านบาท สินค้าสำเร็จรูปลดลง 15.88 ล้านบาท และสินค้าระหว่างทางลดลง 4.95 ล้านบาท
             4. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 1,352.52 ล้านบาท ลดลง 71.92 ล้านบาท เกิดจากซื้อสินทรัพย์เพิ่มขึ้นสุทธิระหว่างปีจำนวน 20.33 ล้านบาท และค่าเสื่อมราคาจำนวน 92.25 ล้านบาท
             5. เงินเบิกเกินบัญชีธนาคารและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 77.92 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 42.92 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 39.00 ล้านบาทและเงินเบิกเกินบัญชีธนาคารจำนวน 3.92 ล้านบาท
              6. เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 191.70 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 28.07 ล้านบาท โดยเจ้าหนี้การค้าลดลง 24.76 ล้านบาท เจ้าหนี้อื่นและค่าใช้จ่ายค้างจ่ายลดลง 3.03 ล้านบาท รายได้รับล่วงหน้าและเงินมัดจำรับลดลง 0.28 ล้านบาท
             7. เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ลดลงจำนวน 144.01 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัทจำนวน 17.04 ล้านบาท และของบริษัท อินฟินิท กรีน จำกัด จำนวน 126.97 ล้านบาท
             8. ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 1,176.10 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 0.79 ล้านบาท โดยบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสำหรับปี 118.40 ล้านบาท และในระหว่างปีมีการคำนวณสำรองผลประโยชน์พนักงานระยะยาวตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยใหม่ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอายุเกษียณจาก 55 ปีเป็น 60 ปี มีผลทำให้หนี้สินผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นจำนวน 2.55 ล้านบาท และทำให้กำไรลดลงตามจำนวนดังกล่าว เงินปันผลจ่ายมีจำนวน 102.00 ล้านบาท และเงินปันผลจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นส่วนที่ไม่มีอำนาจควบคุมของบริษัทย่อย (IGC) จำนวน 14.64 ล้านบาท